ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาระจากโรคไม่ติดต่อ (Noncommunicable Diseases: NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต ความพิการ การสูญเสียคุณภาพชีวิต ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มซับซ้อนขึ้นและเกิดในประชากรอายุน้อยลง การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อจึงจำเป็นต้องดำเนินการที่ปัจจัยต้นเหตุ โดยสนับสนุนให้ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตได้อย่างเหมาะสม ต่อเนื่อง และยั่งยืน
แนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) จึงได้รับการพัฒนาและนำมาประยุกต์ใช้ในระบบสุขภาพของประเทศไทยมากขึ้น โดยมีการโค้ชสุขภาพและเวลเนส (Health and Wellness Coaching) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้บุคคลค้นหาแรงจูงใจ กำหนดเป้าหมาย วางแผน และลงมือปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยตนเองผ่านกระบวนการที่ยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง การโค้ชจึงสามารถเสริมการทำงานของแพทย์และทีมสหวิชาชีพ เพิ่มความต่อเนื่องในการดูแลสุขภาพ และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
จุดเริ่มต้นของเครือข่ายโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาเวชศาสตร์วิถีชีวิตในประเทศไทย โดยมีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต ซึ่งได้รับการอนุมัติจากแพทยสภาใน พ.ศ. 2565 นับเป็นพัฒนาการสำคัญของการสร้างกำลังคนด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตในระบบสุขภาพไทย
ต่อมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรเวชศาสตร์วิถีชีวิตสำหรับบุคลากรสุขภาพที่มิใช่แพทย์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภูดิท เตชาติวัฒน์ เป็นผู้รับผิดชอบการพัฒนาหลักสูตร ก่อนที่สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทยจะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอดเป็นหลักสูตรโค้ชเพื่อการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต สำหรับบุคลากรสหวิชาชีพและประชาชนที่มีประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพและโรคไม่ติดต่อ
การจัดอบรมทำให้เกิดเครือข่ายผู้ผ่านการพัฒนาจากหลากหลายสาขา ทั้งผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพ ผู้ประกอบวิชาชีพสาขาอื่น และประชาชนที่มีความสนใจหรือประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่มีระบบกลางในการกำหนดขอบเขตบทบาท สมรรถนะ จริยธรรม การรับรอง และการขึ้นทะเบียนบุคลากรด้านการโค้ชสุขภาพและเวลเนสอย่างเป็นระบบ จึงเกิดแนวคิดที่จะจัดตั้งองค์กรเพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่าย พัฒนาองค์ความรู้และกำลังคน ส่งเสริมมาตรฐานการปฏิบัติงาน และผลักดันการโค้ชสุขภาพและเวลเนสให้ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภูดิท เตชาติวัฒน์ ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต ผู้อำนวยการหลักสูตรโค้ชเพื่อการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และผู้มีบทบาทผลักดันเวชศาสตร์วิถีชีวิตและการโค้ชสุขภาพในระดับนโยบาย จึงได้ริเริ่มและเชิญชวนผู้ร่วมอุดมการณ์ รวมทั้งผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันก่อตั้งสมาคมโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสไทย
การก่อตั้งสมาคมได้รับการสนับสนุนจาก ดร. นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย แพทย์หญิงอัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล อธิบดีกรมอนามัยในขณะนั้น และศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ไพจิตร ปวะบุตร อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยได้รับการสนับสนุนเบื้องต้นจากสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย และได้รับความอนุเคราะห์จากกรมอนามัยด้านสถานที่ตั้งสำนักงานสมาคม
สมาคมได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568 เลขทะเบียน จ.นบ. 14/2568 ในนาม "สมาคมโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสไทย" หรือ Thailand Association of Lifestyle Medicine and Wellness Coaches (TALMWC) โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ สำนักงานด้านหน้าศูนย์การเรียนรู้ ดร. นายแพทย์อมร นนทสุต อาคาร 6 ชั้น 5 กรมอนามัย จังหวัดนนทบุรี
ภายหลังการก่อตั้ง สมาคมได้เริ่มดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาการโค้ชสุขภาพ เวชศาสตร์วิถีชีวิต และเวลเนส โดยเหตุการณ์สำคัญในระยะแรก ได้แก่ การร่วมจัดการประชุมวิชาการระดับชาติด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 14–15 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเวทีเปิดตัวสมาคมต่อสาธารณะและเชื่อมโยงเครือข่ายด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตและการโค้ชในระดับประเทศ
ปัจจุบัน สมาคมมุ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงสมาชิก บุคลากรสุขภาพ นักวิชาการ โค้ชสุขภาพและเวลเนส ตลอดจนองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ สมรรถนะ มาตรฐาน และจริยธรรมในการปฏิบัติงาน สนับสนุนการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาหลักสูตร ตลอดจนผลักดันให้การโค้ชสุขภาพและเวลเนสเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งมุ่งพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรกลางทางวิชาการและการพัฒนาสาขาอาชีพด้านการโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสของประเทศไทยในอนาคต