TH / EN
ศูนย์จัดการความรู้และพัฒนาวิชาการเวชศาสตร์วิถีชีวิต

Lifestyle Medicine
For Better Health

มุ่งเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ การป้องกัน และการฟื้นฟูโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
ท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อสร้างสมดุลและสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

บทความความรู้

โปรตีนเกษตร หมูเจ เนื้อเจ และเนื้อจากพืช...กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์? อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชมีหลายรูปแบบ แต่ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกันทั้งหมด (ตอนที่ 4)

โปรตีนเกษตร หมูเจ เนื้อเจ และเนื้อจากพืช...กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์? อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชมีหลายรูปแบบ แต่ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกันทั้งหมด (ตอนที่ 4)

โปรตีนเกษตร หมูเจ เนื้อเจ และเนื้อจากพืช...กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์?

อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชมีหลายรูปแบบ แต่ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกันทั้งหมด 

การเลือกอย่างเข้าใจ จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์มากกว่าการตัดสินจากคำโฆษณาบนบรรจุภัณฑ์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนหันมาลดการบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม หรือจริยธรรม ทำให้อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชมีความหลากหลาย ตั้งแต่ถั่วเหลือง เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ไปจนถึงหมูเจ เนื้อเจ และผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์จากพืช (plant-based meat)

หลายคนจึงเกิดคำถามว่า อาหารเหล่านี้ดีต่อสุขภาพเหมือนกันทั้งหมดหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่เสมอไป

องค์การอนามัยโลก (WHO) เน้นว่า รูปแบบการกินที่เน้นพืชมีได้หลายรูปแบบ และไม่ควรถือว่าอาหารทุกชนิดที่ระบุว่าเป็น “plant-based” จะดีต่อสุขภาพโดยอัตโนมัติ หลักสำคัญยังคงเป็นการรับประทานอาหารที่หลากหลาย สมดุล และให้อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปหรือผ่านการแปรรูปน้อยเป็นพื้นฐาน(1,2)

โปรตีนจากพืช...ดีต่อสุขภาพเสมอไปจริงหรือ?

อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชมีความแตกต่างกันมาก

ถั่วเหลือง เต้าหู้ เทมเป้ และถั่วเมล็ดแห้ง (เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วลูกไก่ และถั่วเลนทิล) นอกจากให้โปรตีนแล้ว ยังให้ใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ไขมันไม่อิ่มตัว และสารจากพืชอื่น ๆ การศึกษาทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานพบว่า การรับประทานถั่วเมล็ดแห้งสัมพันธ์กับผลดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด แม้ระดับความแน่นอนของหลักฐานจะแตกต่างกันตามผลลัพธ์ที่ศึกษา(3)

โปรตีนเกษตร (textured vegetable protein; TVP) โดยทั่วไปผลิตจากโปรตีนพืช โดยในประเทศไทยมักพบชนิดที่ทำจากถั่วเหลือง ผ่านกระบวนการทำให้มีลักษณะและเนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อสัตว์ โปรตีนเกษตรชนิดที่ยังไม่ได้ปรุงรสจึงสามารถใช้เป็นอีกแหล่งหนึ่งของโปรตีนจากพืชได้

ส่วน หมูเจ เนื้อเจ ไส้กรอกจากพืช เบอร์เกอร์จากพืช และผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์จากพืช มักมีการนำโปรตีนจากพืชมาผสมกับน้ำมัน แป้ง เกลือ เครื่องปรุง และส่วนประกอบอื่น ๆ เพื่อสร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ใกล้เคียงเนื้อสัตว์

การทบทวนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในหลายประเทศพบว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกันมาก บางชนิดมีใยอาหารมากกว่าเนื้อสัตว์ แต่ปริมาณโปรตีน ไขมันอิ่มตัว โซเดียม ตลอดจนวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดแตกต่างกันตามประเภทและสูตรของผลิตภัณฑ์(4,5)

ดังนั้น คำว่า “โปรตีนจากพืช” บอกเพียงแหล่งที่มาของโปรตีน แต่ยังไม่ได้บอกว่าอาหารนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการโดยรวมดีเพียงใด

โปรตีนเกษตรต่างจากหมูเจและเนื้อเจอย่างไร?

แม้เราจะเรียกอาหารเหล่านี้รวม ๆ ว่าอาหารจากพืช แต่ไม่ใช่อาหารชนิดเดียวกัน

โปรตีนเกษตร เป็นวัตถุดิบโปรตีนจากพืชที่ผ่านกระบวนการทำให้เกิดเนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อสัตว์ ส่วน หมูเจ เนื้อเจ และผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์ เป็นอาหารที่ผ่านการปรุงและพัฒนาสูตรเพิ่มเติม จึงอาจมีแป้ง น้ำมัน เกลือ น้ำตาล และเครื่องปรุงในปริมาณแตกต่างกัน

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าอาหารนั้นผ่านการแปรรูปหรือไม่ แต่ต้องดู คุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์จริงและอาหารที่นำมาใช้ทดแทนด้วย

ตัวอย่างเช่น การทดลองแบบสุ่มไขว้ในผู้ใหญ่สุขภาพค่อนข้างดี 36 คน พบว่า เมื่อรับประทานผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชแทนผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ระดับ LDL-cholesterol และน้ำหนักตัวลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เป็นการศึกษาขนาดเล็กและระยะสั้น จึงยังไม่สามารถใช้ยืนยันผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้(6)

ดังนั้น คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่เพียง

“อาหารนี้เป็นโปรตีนจากพืชหรือไม่?”

แต่ควรถามว่า

“อาหารนี้ให้อะไรมาพร้อมกับโปรตีน และเรากำลังนำไปกินแทนอะไร?”

อ่านฉลากโภชนาการอย่างไร...เพื่อเลือกแหล่งโปรตีนได้อย่างถูกต้อง

เมื่อเลือกซื้อหมูเจ เนื้อเจ หรือผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์ ไม่ควรดูเพียงคำว่า “Plant-based” “โปรตีนสูง” หรือ “ไม่มีคอเลสเตอรอล” ที่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ แต่ควรพลิกดูฉลากโภชนาการและรายการส่วนประกอบ โดยให้ความสำคัญกับ 5 เรื่อง

1. โปรตีน — ดูว่าหนึ่งหน่วยบริโภคให้โปรตีนกี่กรัม และหนึ่งหน่วยบริโภคมีปริมาณอาหารเท่าใด

2. โซเดียม — ผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์บางชนิดมีโซเดียมค่อนข้างสูง การเปรียบเทียบและเลือกชนิดที่มีโซเดียมน้อยกว่าช่วยลดโซเดียมจากอาหารได้ WHO แนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน(2)

3. ไขมันอิ่มตัว — คำว่า “ทำจากพืช” ไม่ได้หมายความว่าไขมันอิ่มตัวจะต่ำเสมอไป ผลิตภัณฑ์บางชนิดใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นแหล่งของไขมันอิ่มตัว(2)

4. ส่วนประกอบของอาหาร — ดูว่าแหล่งโปรตีนหลักมาจากอะไร และมีน้ำมัน แป้ง น้ำตาลหรือเครื่องปรุงร่วมอยู่มากน้อยเพียงใด แต่ไม่ควรใช้จำนวนส่วนประกอบเพียงอย่างเดียวมาตัดสินว่าอาหารดีหรือไม่ดี

5. กำลังกินแทนอะไร — หากนำผลิตภัณฑ์จากพืชมาแทนเนื้อสัตว์แปรรูปบางชนิด อาจช่วยปรับคุณภาพอาหารบางด้านให้ดีขึ้น แต่หากนำไปแทนเต้าหู้ ถั่วเหลือง หรือถั่วเมล็ดแห้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ประโยชน์มากกว่าเสมอไป(4-6)

เลือกแหล่งโปรตีนจากข้อมูลบนฉลากโภชนาการ มากกว่าการอ่านเพียงข้อความโฆษณาที่อยู่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์

แล้วควรกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์?

เมื่อพิจารณาจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน จะเห็นว่า อาหารแต่ละชนิดมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด จึงไม่มีอาหารชนิดใดชนิดเดียวที่เหมาะกับทุกคนในทุกสถานการณ์

ในชีวิตประจำวัน อาจให้อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชและผ่านการแปรรูปไม่มาก เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ เทมเป้ และถั่วเมล็ดแห้ง เป็นตัวเลือกพื้นฐาน

โปรตีนเกษตรชนิดที่ยังไม่ได้ปรุงรส สามารถนำมาเป็นแหล่งโปรตีนได้ โดยคำนึงถึงวิธีปรุงและเครื่องปรุงที่เติมเข้าไป

ส่วน หมูเจ เนื้อเจ และผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์จากพืช ไม่จำเป็นต้องงดทั้งหมด ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยเพิ่มความสะดวกและความหลากหลาย และอาจช่วยให้ผู้ที่ต้องการลดเนื้อสัตว์ปรับเปลี่ยนการกินได้ง่ายขึ้น แต่ควรอ่านฉลากและไม่จำเป็นต้องใช้เป็นแหล่งโปรตีนหลักทุกมื้อ

ที่สำคัญ ควรมอง อาหารทั้งมื้อ ไม่ใช่มองเฉพาะโปรตีน เพราะ

อาหารไม่ได้ให้เพียงสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ให้สารอาหารหลายชนิดที่ช่วยเสริมประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ดังนั้น การกินเพื่อสุขภาพจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการเลือกระหว่าง “กิน” กับ “ไม่กิน” เสมอไป แต่อยู่ที่ว่า เราเลือกอะไร กินมากน้อยเพียงใด กินบ่อยแค่ไหน และกินร่วมกับอาหารอะไร

เมื่อเข้าใจหลักนี้ โปรตีนจากพืชก็ไม่จำเป็นต้องเป็นทั้ง “อาหารมหัศจรรย์” หรือ “อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง” แต่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราสามารถนำมาใช้ให้เหมาะกับสุขภาพและวิถีชีวิตของตนเอง

ในตอนต่อไป เราจะชวนกันหาคำตอบว่า “ไข่ เนื้อแดง ถั่วเปลือกแข็ง และปลา...กินอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ?”

พวกเราหวังว่า บทความสั้น ๆ ในแต่ละสัปดาห์ จะเป็นส่วนหนึ่งในการชวนท่านผู้อ่านค่อย ๆ ปรับวิถีชีวิต เพื่อก้าวไปสู่การบรรลุเป้าหมาย “แก่ช้า เจ็บสั้น อายุยืนแบบมีคุณภาพ”

พบกันใหม่ฉบับหน้า บทความสั้นจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์...สู่การใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดี ครับ


รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ และ ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์

สถาบันสุขภาวะพิสิฐ สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย

สมาคมโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสไทย และ โครงการ KALM

15 สิงหาคม 2569


เอกสารอ้างอิง

  1. World Health Organization Regional Office for Europe. Plant-based diets and their impact on health, sustainability and the environment: a review of the evidence. Copenhagen: WHO Regional Office for Europe; 2021.
  2. World Health Organization. Healthy diet [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2026 [cited 2026 Aug 15].
  3. Thorisdottir B, Arnesen EK, Bärebring L, Dierkes J, Lamberg-Allardt C, Ramel A, et al. Legume consumption in adults and risk of cardiovascular disease and type 2 diabetes: a systematic review and meta-analysis. Food Nutr Res. 2023;67. doi:10.29219/fnr.v67.9541.
  4. Romão B, Botelho RBA, Torres ML, Maynard DC, de Holanda MEM, Borges VRP, et al. Nutritional profile of commercialized plant-based meat: an integrative review with a systematic approach. Foods. 2023;12(3):448. doi:10.3390/foods12030448.
  5. El Sadig R, Wu J. Are novel plant-based meat alternatives the healthier choice? Food Res Int. 2024;183:114184. doi:10.1016/j.foodres.2024.114184.
  6. Crimarco A, Springfield S, Petlura C, Streaty T, Cunanan K, Lee J, et al. A randomized crossover trial on the effect of plant-based compared with animal-based meat on trimethylamine-N-oxide and cardiovascular disease risk factors in generally healthy adults: Study With Appetizing Plantfood-Meat Eating Alternative Trial (SWAP-MEAT). Am J Clin Nutr. 2020;112(5):1188-99. doi:10.1093/ajcn/nqaa203.




เครือข่ายความร่วมมือ

Our Partners

กรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสุข
สสส.
สมาคมเวชศาสตร์ป้องกัน
10 คลินิกนำร่อง
เครือข่าย รพ.สต.